การจดทะเบียนบริษัทจำกัด

Details

การจดทะเบียนบริษัทจำกัด

 

คือบริษัทประเภทซึ่งตั้งขึ้นด้วยแบ่งทุนเป็นหุ้นแต่ละหุ้นมีมูลค่าเท่าๆ กันโดยผู้ถือหุ้นต่างรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงิน ที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ

การดำเนินการจัดตั้งบริษัทจำกัด

ในการจัดตั้งบริษัทจำกัดนั้น จะต้องดำเนินการตามลำดับขั้นตอน ดังนี้
(1) ต้องมีผู้เริ่มก่อการตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป เข้าชื่อกันทำหนังสือบริคณห์สนธิขึ้น แล้วไปจดทะเบียน
(2) เมื่อได้จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว ผู้เริ่มก่อการต้องจัดให้หุ้นของบริษัทที่จะตั้งขึ้นนั้นมีผู้เข้าชื่อจองซื้อหุ้นจนครบ
(3) ดำเนินการประชุมตั้งบริษัท โดยต้องส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมให้ผู้จองทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ก่อนวันประชุม
(4) เมื่อได้ประชุมตั้งบริษัท และที่ประชุมได้แต่งตั้งกรรมการบริษัทแล้ว ผู้เริ่มก่อการต้องมอบหมายกิจการให้กรรมการบริษัทรับไปดำเนินการต่อไป
(5) กรรมการบริษัทเรียกให้ผู้เริ่มก่อการและผู้จองหุ้นชำระค่าหุ้นอย่างน้อยร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้น (ทุนของบริษัทจะแบ่งเป็นกี่หุ้นก็ได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 5 บาท)
(6) เมื่อได้รับเงินค่าหุ้นแล้ว กรรมการต้องไปจดทะเบียนเป็นบริษัทภายใน 3 เดือน ภายหลังจากการประชุมตั้งบริษัท

การดำเนินการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหรือเลิกและชำระบัญชีบริษัทจำกัด

ในกรณีที่บริษัทจำกัดนั้นได้ตกลงที่จะแก้ไขเพิ่มเติมรายการใด ๆ ที่ได้จดทะเบียนไว้ เป็นอย่างอื่น หรือผู้ถือหุ้นจะเลิกกิจการ ก็จะต้องไปดำเนินการขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมรายการนั้น ๆ หรือจดทะเบียนเลิกและเสร็จการชำระบัญชี ณ สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทที่ห้างนั้นมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่
การจดทะเบียนจัดตั้งและแก้ไขเพิ่มเติมจะต้องดำเนินการตามวิธีและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบของทางราชการได้กำหนดไว้

รายการจดทะเบียนที่บริษัทจะต้องจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม
3.1 การแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิก่อนการตั้งบริษัท
3.2 มติพิเศษของบริษัทให้
(1) เพิ่มทุน
(2) ลดทุน
(3) ควบบริษัท
3.3 ควบบริษัท
3.4 แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริดณห์สนธิภายหลังตั้งบริษัท
3.5 เพิ่มทุน
3.6 ลดทุน
3.7 กรรมการ
3.8 จำนวนหรือชื่อกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัท
3.9 ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และ/หรือสำนักงานสาขา
3.10 ตราของบริษัท
3.11 รายการอื่นที่เห็นสมควรจะให้ประชาชนทราบ

วิธีการจดทะเบียน มีขั้นตอนดังนี้

(1) ในกรณีจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท ให้ผู้เริ่มก่อการหรือกรรมการของบริษัทจะต้องขอตรวจและจองชื่อบริษัทเสียก่อนว่า ชื่อที่จะใช้นั้นจะซ้ำหรือคล้ายกับคนอื่นที่จดทะเบียนไว้ก่อนหรือไม่ เมื่อจองชื่อได้แล้วจะต้องขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ ภายใน 30 วัน
(2) ซื้อคำขอและแบบพิมพ์จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจทั้ง 7 แห่ง หรือสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด
(3) จัดทำคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอยื่นต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจพิจารณา
(4) ชำระค่าธรรมเนียมตามใบสั่งของเจ้าหน้าที่
(5) ถ้าประสงค์จะได้หนังสือรับรองรายการในทะเบียน ให้ยื่นคำขอและชำระค่าธรรมเนียมต่อเจ้าหน้าที่
(6) รับใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนและหนังสือรับรองรายการในทะเบียนได้

การลงลายมือชื่อของผู้เริ่มก่อการหรือกรรมการ

(1) ผู้เป็นผู้เริ่มก่อการ หรือกรรมการจะต้องลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอด้วยตนเอง จะมอบหมายบุคคลอื่นลงลายมือชื่อแทนไม่ได้
(2) ผู้เริ่มก่อการ หรือกรรมการ ผู้ขอจดทะเบียนซึ่งต้องลงชื่อในคำขอจดทะเบียน จะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนพร้อมแสดงต้นฉบับบัตรประจำตัว หรือ
(3) ในกรณีที่ผู้เริ่มก่อการหรือกรรมการไม่สามารถลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนตาม ( 2) ให้ผู้เริ่มก่อการหรือกรรมการลงลายมือชื่อต่อหน้าสมาชิกเนติบัณฑิตยสภา หรือทนายความก็ได้

สถานที่รับจดทะเบียน

1. สำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร สามารถยื่นจดทะเบียนได้ที่สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ 1-7 และส่วนจดทะเบียนกลาง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ถนนนนทบุรี 1 จังหวัดนนทบุรี หรือทางอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์ www.dbd.go.th
2. สำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตภูมิกาค สามารถยื่นจดทะเบียนได้ที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดนั้นๆ ยกเว้น จังหวัดนนทบุรี สมุทรปราการ และปทุมธานี สามารถขอจดทะเบียนได้ทางอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์ www.dbd.go.th อีกทางหนึ่ง

หน้าที่ของบริษัทจำกัด

(1) บริษัทจำกัด ต้องทำงบการเงินอย่างน้อยครั้งหนึ่งทุกรอบสิบสองเดือน โดยมีผู้ สอบบัญชีอย่างน้อยหนึ่งคนตรวจสอบ แล้วนำเสนอที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นอนุมัติงบการเงินภายใน 4 เดือน นับแต่วันปิดรอบปีบัญชี พร้อมทั้งยื่นงบการเงินต่อสำนักบริการข้อมูลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด ภายใน 1 เดือน นับตั้งแต่วันอนุมัติงบการเงิน ทั้งนี้รวมถึงบริษัทที่แม้ว่าจะยังมิได้ประกอบกิจการก็ตาม จะต้องส่งงบการเงินด้วย มิฉะนั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท
(2) จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นและให้นำส่งต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร หรือที่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดแล้วแต่กรณี ภายใน 14 วัน นับจากวันที่ประชุม มิฉะนั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
(3) ต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญ ภายหลัง 6 เดือน นับแต่วันจดทะเบียน เป็นนิติบุคคล และจัดประชุมครั้งต่อไปอย่างน้อย 1 ครั้ง ทุกระยะเวลา 12 เดือน
(4) ต้องจัดทำใบหุ้นมอบให้ผู้ถือหุ้นของบริษัท มิฉะนั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
(5) ต้องจัดทำสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท มิฉะนั้นมีความผิดต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

กิจการที่กฎหมายกำหนดระยะเวลาในการยื่นจดทะเบียน

(1) คำขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ซึ่งต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 3 เดือน นับแต่วันประชุมตั้งบริษัท
(2) คำขอจดทะเบียนแต่งตั้งกรรมการของบริษัทขึ้นใหม่ ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ตั้งกรรมการขึ้นใหม่
(3) คำขอจดทะเบียนมติพิเศษให้เพิ่มทุน หรือลดทุนของบริษัทจำกัด หรือให้ควบบริษัทจำกัด ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมได้มีการลงมติพิเศษ
(4) คำขอจดทะเบียนตั้งข้อบังคับขึ้นใหม่ หรือแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัทจำกัด ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมได้มีการลงมติพิเศษ
(5) คำขอจดทะเบียนควบบริษัทจำกัด ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ได้มีการควบบริษัทเข้ากัน
(6) คำขอจดทะเบียนเลิกบริษัทจำกัด ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่เลิกกัน
(7) คำขอจดทะเบียนเปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชี ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ได้เปลี่ยนตัว
(8) คำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจผู้ชำระบัญชี ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมได้มีการลงมติ หรือวันที่ที่ศาลได้มีคำพิพากษา
(9) คำขอจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีของบริษัทจำกัด ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมได้มีการลงมติ
(10) การยื่นรายงานการชำระบัญชีของบริษัทจำกัด ต้องยื่นทุกระยะ 3 เดือนครั้งหนึ่งนั้น ผู้ชำระบัญชีจะต้องยื่นรายงานการชำระบัญชี ภายใน 14 วัน นับแต่วันครบกำหนด 3 เดือน

ประเภทการจดทะเบียน * ท่านสามารถ Download แบบพิมพ์ไปใช้ในการจดทะเบียนได้หรือ
ขอรับแบบพิมพ์ได้ที่สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจหรือสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดทุกแห่ง

ประเภทการจดทะเบียน

หนังสือบริคณห์สนธิ
คำขอ : แบบ บอจ. 1 , หน้าหนังสือรับรอง ( ในการ Print-out หนังสือรับรอง ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ บอจ. 1)
รายการ : แบบ บอจ. 2 ( ใช้ทั้งสองหน้า)
เอกสารประกอบรายการ : แบบ ว.
เอกสารประกอบ
แบบจองชื่อนิติบุคคล
สำเนาบัตรประจำตัวของผู้เริ่มก่อการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ ( ถ้ามี)
หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิก่อนการตั้งบริษัท
คำขอ : แบบ บอจ. 1 , หน้าหนังสือรับรอง ( ในการ Print-out หนังสือรับรอง ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ บอจ. 1)
รายการ : แบบ บอจ. 2 ( ใช้เฉพาะหน้า 1)
เอกสารประกอบรายการ : แบบ ว. ( ในกรณีแก้ไขวัตถุประสงค์)
เอกสารประกอบ
แบบจองชื่อนิติบุคคล
สำเนาบัตรประจำตัวของผู้เริ่มก่อการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ ( ถ้ามี)
หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
ตั้งบริษัท
คำขอ : แบบ บอจ. 1 , หน้าหนังสือรับรอง ( ในการ Print-out หนังสือรับรอง ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ บอจ. 1)
รายการ : แบบ บอจ. 3 ( ใช้ทั้ง 2 หน้า)
เอกสารประกอบรายการ : แบบ ก.
เอกสารประกอบ
แบบ บอจ. 5
สำเนาหนังสือนัดประชุมตั้งบริษัท
สำเนารายงานการประชุมตั้งบริษัท
สำเนาข้อบังคับ (ถ้ามี)
หลักฐานการชำระค่าหุ้นของบริษัทอย่างใด อย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) เอกสารที่ทางธนาคารออกให้เพื่อรับรองหรือแสดงฐานะการเงินของบริษัท หรือ
(2) ใบสำคัญแสดงการชำระค่าหุ้นของบริษัท หรือ
(3) หนังสือยืนยันการชำระค่าหุ้นและการเก็บรักษาค่าหุ้นของบริษัท
หนังสือบริคณห์สนธิฉบับตีพิมพ์ จำนวน 2 ฉบับ (ภูมิภาคใช้ 3 ฉบับ)
ข้อบังคับฉบับตีพิมพ์ จำนวน (ภูมิภาคใช้ 3 ฉบับ)
สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ ( ถ้ามี)
แบบ สสช. 1 จำนวน 2 ฉบับ (ภูมิภาคใช้ 3 ฉบับ)
หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
มติพิเศษของบริษัทให้ เพิ่มทุน , ลดทุน , ควบบริษัท
คำขอ : แบบ บอจ. 1 , หน้าหนังสือรับรอง ( ในการ Print-out หนังสือรับรอง ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ บอจ. 1)
รายการ : แบบ บอจ. 4
เอกสารประกอบรายการ : -
เอกสารประกอบ
สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ ( ถ้ามี)
หลักฐานให้ความเห็นชอบแล้วจากกรมการประกันภัย ( ใช้เฉพาะบริษัทที่ประกอบธุรกิจประกันภัย หรือนายหน้าประกันภัย)
หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
ควบบริษัท
คำขอ : แบบ บอจ. 1 , หน้าหนังสือรับรอง ( ในการ Print-out หนังสือรับรอง ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ บอจ. 1)
รายการ : แบบ บอจ. 3 ( ใช้ทั้ง 2 หน้า)
เอกสารประกอบรายการ
แบบ ก.
แบบ ว.
เอกสารประกอบ
แบบ บอจ. 5 ของบริษัทใหม่ที่ควบกัน
แบบจองชื่อนิติบุคคล
หนังสือบริคณห์สนธิ ฉบับตีพิมพ์ จำนวน 2 ฉบับ (ภูมิภาคใช้ 3 ฉบับ)
สำเนาข้อบังคับของบริษัทใหม่ (ถ้ามี)
ข้อบังคับฉบับตีพิมพ์ จำนวน 2 ฉบับ (ภูมิภาคใช้ 3 ฉบับ) (ถ้ามี)
สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ ( ถ้ามี)
หลักฐานให้ความเห็นชอบแล้ว จากกรมประกันภัย ( ใช้เฉพาะบริษัทที่ประกอบธุรกิจประกันภัย หรือนายหน้าประกันภัย)
แบบ สสช. 1 จำนวน 2 ฉบับ (ภูมิภาคใช้ 3 ฉบับ)
หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
การแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิภายหลังตั้งบริษัท
คำขอ : แบบ บอจ. 1 , หน้าหนังสือรับรอง ( ในการ Print-out หนังสือรับรอง ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ บอจ. 1)
รายการ : แบบ บอจ. 4
เอกสารประกอบรายการ : แบบ ว. ( ใช้เฉพาะกรณีแก้ไขวัตถุประสงค์)
เอกสารประกอบ
แบบจองชื่อนิติบุคคล (ใช้เฉพาะกรณีแก้ไขเพิ่มเติมชื่อบริษัท)
หนังสือบริคณห์สนธิแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับตีพิมพ์ จำนวน 2 ฉบับ (ภูมิภาคใช้ 3 ฉบับ)
สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ ( ถ้ามี)
หลักฐานให้ความเห็นชอบแล้วจากกรมการประกันภัย ( ใช้เฉพาะบริษัทที่ประกอบธุรกิจประกันภัย หรือนายหน้าประกันภัย)
หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
ตั้งข้อบังคับขึ้นใหม่ หรือแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัท
คำขอ : แบบ บอจ. 1 , หน้าหนังสือรับรอง ( ในการ Print-out หนังสือรับรอง ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ บอจ. 1)
รายการ : แบบ บอจ. 4
เอกสารประกอบรายการ : -
เอกสารประกอบ
ข้อบังคับที่ตั้งขึ้นใหม่หรือข้อบังคับที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับตีพิมพ์ จำนวน 2 ฉบับ (ภูมิภาคใช้ 3 ฉบับ)
สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ ( ถ้ามี)
หลักฐานให้ความเห็นชอบแล้ว จากกรมการประกันภัย ในกรณีที่บริษัทประกอบธุรกิจประกันภัย หรือนายหน้าประกันภัย
บริษัทใดประสงค์จะจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับเพื่อเปลี่ยนรอบปีบัญชีมาเป็นบัญชีที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม สิ้นสุด 31 ธันวาคม จะต้องแนบหนังสือขอเปลี่ยนรอบปีบัญชี ซึ่งระบุงวดปีบัญชีที่จะเริ่มทำการเปลี่ยนใหม่ ต่อสารวัตรใหญ่บัญชี หรือสารวัตรบัญชีพร้อมคำขอจดทะเบียน
ในกรณีขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ เพื่อเปลี่ยนรอบบัญชีแตกต่างไปจากวรรคหนึ่ง ให้ผู้ขอจดทะเบียน แนบหนังสืออนุญาตให้เปลี่ยนรอบปีบัญชีจากกรมสรรพากร หรือธนาคารแห่งประเทศไทยแล้วแต่กรณีพร้อม คำขอจดทะเบียน
ในกรณีที่บริษัทยังไม่เคยดำเนินการเปิดรอบบัญชีเพื่อจัดทำงบดุลให้บริษัททำหนังสือยืนยันว่า ตั้งแต่จดทะเบียน จัดตั้งบริษัทมายังไม่เคยดำเนินการปิดบัญชี เพื่อจัดทำงบดุลประกอบคำขอจดทะเบียนด้วย
หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
แก้ไขเพิ่มเติมบริษัท ได้แก่ เพิ่มทุน , ลดทุน , กรรมการ , จำนวนหรือชื่อกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัท , ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และ/หรือสำนักงานสาขา , ตราของบริษัท , รายการอย่างอื่นซึ่งเห็นสมควรจะให้ทราบแก่ประชาชน
คำขอ : แบบ บอจ. 1 , หน้าหนังสือรับรอง ( ในการ Print-out หนังสือรับรอง ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ บอจ. 1)
รายการ : แบบ บอจ. 4
เอกสารประกอบรายการ : แบบ ก.( ใช้เฉพาะกรณีมีกรรมการเข้าใหม่)
เอกสารประกอบ
สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ ( ถ้ามี)
หลักฐานการชำระค่าหุ้นของบริษัท อย่างใด อย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (กรณีเพิ่มทุน)
(1) เอกสารที่ทางธนาคารออกให้เพื่อรับรอง หรือ แสดงฐานะการเงินของบริษัท
(2) ใบสำคัญแสดงการชำระค่าหุ้นของบริษัท
(3) หนังสือยืนยันการรับชำระค่าหุ้นและการเก็บรักษาค่าหุ้นของบริษัท
หลักฐานการอนุญาตให้ เพิ่มทุน ลดทุน แต่งตั้งกรรมการใหม่ แก้ไขเพิ่มเติมสำนักงานแห่งใหญ่ และหรือสำนักงานสาขา จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือธนาคารแห่งประเทศไทยหรือ คณะกรรมการกำกับกลักทรัพย์และตลาดกลักทรัพย์ หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ หรือกรรมการประกันภัย แล้วแต่กรณี ( ใช้เฉพาะบริษัทที่ประกอบธุรกิจ เงินทุน หรือหลักทรัพย์ หรือเครดิตฟองซิเอร์ หรือธนาคารพาณิชย์ หรือประกันภัย หรือนายหน้าประกันภัย)
หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
เลิกบริษัท
คำขอ : แบบ ลช. 1 , หน้าหนังสือรับรอง ( ในการ Print-out หนังสือรับรอง ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ ลช. 1)
รายการ : แบบ ลช. 2
เอกสารประกอบรายการ : -
เอกสารประกอบ
คำสั่งศาลให้เลิกบริษัท (ใช้ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้เลิก)
สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งแรกและครั้งหลังซึ่งมีมติให้เลิกบริษัท โดยมีกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน บริษัทตามที่จดทะเบียนไว้ก่อนเลิกบริษัท ลงชื่อรับรองความถูกต้อง (เฉพาะกรณีผู้ชำระบัญชีมิใช่กรรมการผู้มีอำนาจ คนใดคนหนึ่งในจำนวนกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัท ตามที่จดทะเบียนไว้ก่อนเลิกบริษัท)
สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ ( ถ้ามี)
หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
แก้ไขเพิ่มเติมการเลิกและชำระบัญชีของบริษัท
คำขอ : แบบ ลช. 1 , หน้าหนังสือรับรอง ( ในการ Print-out หนังสือรับรอง ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ ลช. 1)
รายการ : แบบ ลช. 2
เอกสารประกอบรายการ : -
เอกสารประกอบ
คำสั่งศาลให้เปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชี หรือกำหนดอำนาจผู้ชำระบัญชี (ถ้ามี)
สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ ( ถ้ามี)
หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
เสร็จการชำระบัญชีบริษัท
คำขอ : แบบ ลช. 1 , หน้าหนังสือรับรอง ( ในการ Print-out หนังสือรับรอง ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ ลช. 1)
รายการ : แบบ ลช. 5
เอกสารประกอบรายการ
แบบ ลช. 3 พร้อมเอกสารประกอบ
แบบ ลช. 6
เอกสารประกอบ
สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ ( ถ้ามี)
แบบรับรองการตรวจสอบบัญชีของกรมสรรพากร
หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

   
© Dulyakij