เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการยื่นงบการเงิน

Details

         ในขณะนี้เป็นเวลาที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตาม พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ที่มีรอบบัญชีสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2544 จะต้องรีบยื่นงบการเงินให้ทันกำหนดเวลาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เกร็ดความรู้จึงขอเสนอให้ทราบเกี่ยวกับข้อควรปฏิบัติในการยื่นงบการเงินเพื่อจะได้รับความสะดวกและรวดเร็วในการยื่นงบการเงิน

ดังที่ได้ทราบกันแล้วว่าการรับงบการเงินในปีนี้ กรมทะเบียนการค้ามีขั้นตอนตรวจสอบรายชื่อธุรกิจที่จะยื่นงบการเงินว่าผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ตรวจสอบและแสดงความเห็นในงบการเงินนั้นได้แจ้งรายชื่อธุรกิจไว้ต่อ ก. บช. แล้วหรือไม่ อาจทำให้การยื่นงบการเงินในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2545 ซึ่งเป็นช่วงใกล้สิ้นสุดเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ยื่น ไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร ดังนั้นท่านที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็วในการยื่นงบการเงินควรรู้ในเรื่องเหล่านี้ คือ

1. ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ยื่น ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ( ห้างหุ้นส่วนจำกัด และห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล) นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและมาประกอบกิจการในประเทศไทย กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากรต้องจัดทำงบการเงินและยื่นงบการเงินต่อกรมทะเบียนการค้า ภายในห้าเดือนนับแต่วันปิดบัญชี ถ้าเป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ต้องยื่นงบการเงินภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่งบการเงินนั้นได้รับอนุมัติในที่ประชุมใหญ่ ทั้งนี้บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดนั้นจะต้องนำเสนองบการเงินให้ที่ประชุมใหญ่อนุมัติภายในสี่เดือนนับแต่วันปิดรอบบัญชี ดังนั้นควรรีบยื่นงบการเงินภายในเวลาที่กำหนดด้วยหากยื่นล่าช้าแล้วจะมีความผิดและได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนด

2. การรับงบการเงินปีนี้สำหรับงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตลงชื่อตรวจสอบและแสดงความเห็นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2545 เป็นต้นไป กรมทะเบียนการค้าได้มีขั้นตอนที่จะต้องตรวจสอบรายชื่อธุรกิจที่ยื่นงบการเงินก่อนว่าผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ตรวจสอบและแสดงความเห็นในงบการเงินนั้นได้แจ้งรายชื่อธุรกิจไว้ต่อ ก. บช. หรือไม่ ถ้าไม่แจ้งจะถือว่างบการเงินนั้นไม่ได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เจ้าหน้าที่จะคืนงบการเงินนั้นไปโดยออกใบกำกับงบการเงินให้แก้ไขให้ถูกต้องและยื่นงบการเงินใหม่ภายใน 2 เดือนนับแต่วันที่ได้ยื่นงบการเงินครั้งแรก หากยื่นใหม่ภายใน 2 เดือนจะถือว่าได้ยื่นงบการเงินนั้นไว้ถูกต้องแล้วตั้งแต่วันที่ยื่นงบการเงินครั้งแรก ในการรับงบการเงินนั้นกรมทะเบียนการค้าจะแยกโต๊ะรับเรียงลำดับตามเลขทะเบียนผู้สอบบัญชี ดังนั้นก่อนที่จะยื่นงบการเงินควรตรวจสอบกับผู้สอบบัญชีที่รับรองงบการเงินก่อนว่าได้แจ้งรายชื่อธุรกิจไว้หรือยัง ถ้ายังไม่แจ้งก็ขอให้รีบแจ้งก่อนแล้วมายื่นงบการเงิน และควรแยกงบการเงินไว้ตามลำดับเลขผู้สอบบัญชีด้วย

3. การยื่นงบการเงินตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2545 เป็นต้นไปต้องใช้แบบนำส่งงบการเงิน ( ส. บช.3) แบบใหม่ตามที่กำหนดไว้ตามประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นงบการเงิน ( ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2545 เท่านั้น

4. การรับงบการเงินปีนี้ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2545 กรมทะเบียนการค้าจะไม่รับฝากงบการเงินที่ยื่นครั้งละจำนวนมากราย อาจทำให้มีผู้มายื่นงบการเงินเป็นจำนวนมากในช่วงดังกล่าวซึ่งจะทำให้ไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร เพื่อหลีกเลี่ยงกรณีดังกล่าวควรรีบมายื่นงบการเงินตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ควรมายื่นเมื่อใกล้จะหมดเวลาตามที่กฎหมายกำหนด หรืออาจจะให้วิธีการยื่นทางไปรษณีย์แทนจะได้รับความสะดวกกว่า

มีผู้สงสัยถามกันมามากว่าการยื่นงบการเงินในช่วงนี้จำเป็นต้องใช้ผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกรมทะเบียนการค้ากำหนดลงลายมือชื่อในแบบนำส่งงบการเงิน ( ส. บช. 3) หรือไม่ เรื่องนี้ขอเรียนชี้แจงว่าการยื่นงบการเงินก่อนวันที่ 10 สิงหาคม 2545 ยังไม่จำเป็นต้องใช้ผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกรมทะเบียนการค้ากำหนดก็ได้ เนื่องจากกรมทะเบียนการค้าได้ขยายระยะเวลาให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกรมทะเบียนกาค้ากำหนดภายในวันที่ 10 สิงหาคม 2545

สุดท้ายนี้สิ่งที่จะขอฝากไว้สำหรับผู้ที่จะยื่นงบการเงินในช่วงนี้ควรปฏิบัติก็คือ

(1) ควรศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นงบการเงินให้ละเอียดชัดเจนซึ่งสามารถสอบถามได้จากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรง
(2) ควรตรวจสอบเอกสารและงบการเงินที่จะยื่นให้ครบถ้วนและกรอกข้อความให้ครบถ้วน
(3) ควรจัดแยกงบการเงินที่จะยื่นตามเลขทะเบียนผู้สอบบัญชี ซึ่งกรมทะเบียนการค้าไดัจัดโต๊ะรับตรวจสอบรายชื่อธุรกิจเรียงตามลำดับเลขทะเบียนผู้สอบบัญชี
(4) ควรตรวจสอบรายชื่อธุรกิจที่จะยื่นงบการเงินกับผู้สอบบัญชีรับอนุญาตก่อนว่าได้แจ้งรายชื่อไว้ต่อ ก . บช. แล้วหรือไม่ ถ้ายังไม่แจ้งก็ให้ผู้สอบบัญชีรีบแจ้งโดยเร็วก่อนยื่นงบการเงิน
(5) ควรรีบยื่นงบการเงินตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่ารอจนกว่าใกล้จะถึงวันสุดท้ายหรือใกล้วันสุดท้ายที่กฎหมายกำหนดให้ยื่นจะทำให้ไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร หรือให้ยื่นงบการเงินทางไปรษณีย์แทนก็ได้จะได้รับความสะดวกกว่า
หากมีข้อสงสัยประการใด สอบถามได้ที่ โทร . 02 5474369-70 หรือสายด่วน 1570

 ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

   
© Dulyakij