การจดทะเบียนบริษัทมหาชนจำกัด

Details

การจดทะเบียนบริษัทมหาชนจำกัด


ลักษณะของบริษัทมหาชนจำกัด

บริษัทมหาชนจำกัด คือ บริษัทประเภทซึ่งตั้งขึ้นด้วยประสงค์ที่จะเสนอขายหุ้นต่อประชาชน โดยผู้ถือหุ้นมีความรับผิดจำกัดไม่เกินจำนวน เงินค่าหุ้นที่ต้องชำระ และบริษัทดังกล่าวได้ระบุความ ประสงค์เช่นนั้นไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิ
อาจสรุปได้ว่า พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ได้กำหนดลักษณะโครงสร้างของบริษัทมหาชนจำกัดไว้ ดังนี้
(1) จำนวนผู้ถือหุ้น มีผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 15 คนขึ้นไป
(2) ทุนจดทะเบียน ไม่มีการกำหนดจำนวนทุนจดทะเบียนขั้นต่ำไว้
(3) มูลค่าหุ้นและการชำระเงินค่าหุ้น หุ้นของบริษัทมหาชนจำกัดแต่ละหุ้นจะต้องมีมูลค่าเท่ากัน และต้องชำระค่าหุ้นครั้งเดียว
เต็มมูลค่าหุ้น
(4) จำนวนกรรมการ ต้องมีจำนวนกรรมการของบริษัทไม่น้อยกว่า 5 คน และกรรมการไม่น้อย กว่ากึ่งหนึ่งต้องมีที่อยู่ในประเทศไทย

การจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด

การจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด อาจดำเนินการโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังนี้
(1) การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เริ่มโดยบุคคลธรรมดาตั้งแต่ 15 คน ขึ้นไปดำเนินการ จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ แล้วดำเนินการจัดทำหนังสือชี้ชวนประชาชนให้ซื้อหุ้น หรือเมื่อผู้เริ่มจัดตั้งได้จองซื้อหุ้นทั้งหมดครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ใน
หนังสือบริคณห์สนธิแล้ว ก็จะเรียกประชุมจัดตั้งบริษัท หลังจากนั้นผู้เริ่มจัดตั้งจะต้องส่งมอบกิจการและเอกสารทั้งปวงให้แก่คณะกรรมการของบริษัทมหาชนจำกัดที่ได้รับเลือกตั้ง เพื่อนำความไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทต่อไป

(2) การแปรสภาพบริษัทเอกชนเป็นบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทเอกชนอาจแปรสภาพเป็น บริษัทมหาชนจำกัดได้ เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติพิเศษตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

การควบบริษัท

บริษัทมหาชนจำกัดตั้งแต่บริษัทสองบริษัทขึ้นไป หรือบริษัทมหาชนจำกัดกับบริษัทเอกชน จะควบกันเป็นบริษัทมหาชนจำกัดก็ได้ โดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นของแต่ละบริษัทที่จะควบเข้ากันลงมติไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุม
และมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน โดยในกรณีที่เป็นการควบกับบริษัทเอกชนที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทเอกชนนั้น
จะต้องมีมติพิเศษให้ควบกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

วิธีการจดทะเบียน

วิธีการจดทะเบียนมีหลักเกณฑ์และวิธีการทั่วๆ ไป ทำนองเดียวกันกับการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท

สถานที่ยื่นคำขอจดทะเบียน

การยื่นขอจดทะเบียนบริษัทมหาชนจำกัด ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องยื่นคำขอจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง
ดังต่อไปนี้
(1) ยื่นต่อนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ส่วนจดทะเบียนธุรกิจกลาง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
(2) ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด ในจังหวัดที่สำนักงานใหญ่ของ บริษัทตั้งอยู่
(3) ส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงนายทะเบียน ณ ส่วนจดทะเบียนธุรกิจกลาง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ค่าธรรมเนียม

การจดทะเบียนบริษัทมหาชนจำกัด ผู้ขอจดทะเบียนต้องชำระค่าธรรมเนียมตามประเภทการจดทะเบียนต่าง ๆ ดังนี้
(1) การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิบริษัท
ทุกจำนวนเงินไม่เกิน 1,000,000 บาทแห่งจำนวนทุนที่จดทะเบียนไว้ -- 1,000 บาท
เศษของ 1,000,000 บาท ให้คิดเป็น 1,000,000 บาท แต่เมื่อรวมกันแล้วไม่เกิน -- 25,000 บาท
(2) การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ
เพื่อเพิ่มทุนก่อนจดทะเบียนเป็นบริษัท
ทุกจำนวนเงินไม่เกิน 1,000,000 บาท แห่งจำนวนทุนที่กำหนดเพิ่มขึ้น - 1,000 บาท
เศษของ 1,000,000 บาท ให้คิดเป็น 1,000,000 บาท แต่เมื่อรวมกันแล้วไม่เกิน - 25,000 บาท
(3) การจดทะเบียนบริษัท
ทุกจำนวนเงินไม่เกิน 1,000,000 บาทแห่งจำนวนทุนที่กำหนดไว้ - 1,000 บาท
เศษของ 1,000,000 บาท ให้คิดเป็น 1,000,000 บาท แต่เมื่อรวมกันแล้วไม่เกิน - 250,000 บาท
(4) การจดทะเบียนแปรสภาพบริษัทเอกชน
ทุกจำนวนเงินไม่เกิน 1,000,000 บาท แห่งจำนวนทุนที่กำหนดไว้ 1,000 บาท
เศษของ 1,000,000 บาท ให้คิดเป็น 1,000,000 บาท แต่เมื่อรวมกันแล้วไม่เกิน - 10,000 บาท
(5) การจดทะเบียนควบบริษัท - 5,000 บาท
(6) การจดทะเบัยนเลิกบริษัท 200 บาท
(7) การจดทะเบียนเรื่องอื่นๆเรื่องละ 100 บาท
(8) การออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน ฉบับละ 50 บาท
(9) การขอสำเนาหรือขอให้ถ่ายเอกสารพร้อมทั้งคำรับรอง หน้าละ 50 บาท ถ้าเป็นการขอสำเนาหรือขอถ่ายเอกสาร
พร้อมทั้งคำรับรองของบริษัท
นอกเขตจังหวัดอันเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทนั้น ให้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้เท่าที่จำเป็นและใช้จ่ายไปจริง
(10) การรับรองข้อความในใบทะเบียน เรื่องละ 20 บาท

หน้าที่ของบริษัทมหาชนจำกัด

(1) บริษัทต้องยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น วันประชุมสามัญประจำปีต่อนายทะเบียนภายใน 1 เดือน นับแต่วันเสร็จการประชุม
(2) บริษัทต้องจัดส่งรายงานประจำปี สำเนางบการเงิน สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับ อนุมัติงบการเงิน การจัดสรรกำไร และการแบ่งเงินปันผลไปยังนายทะเบียนภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติงบการเงินนั้นและต้องโฆษณา
ทางหนังสือพิมพ์อย่างน้อย 1 วัน
(3) บริษัทต้องจัดทำป้ายชื่อไว้หน้าสำนักงานแห่งใหญ่และสำนักงานสาขา
(4) บริษัทต้องแสดงชื่อ ที่ตั้งสำนักงาน และเลขทะเบียนไว้ในจดหมายประกาศใบแจ้งความ ใบส่งของและใบเสร็จรับเงิน
(5) บริษัทต้องจัดทำใบหุ้นมอบแก่ผู้ถือหุ้นภายใน 2 เดือน นับแต่วันที่ได้รับจดทะเบียนเป็น บริษัทมหาชนจำกัด หรือนับแต่วันที่ได้รับเงินค่าหุ้นครบและได้จดทะเบียนเพิ่มทุนแล้ว
(6) บริษัทต้องจัดทำทะเบียนผู้ถือหุ้น ทะเบียนกรรมการ รายงาน การประชุมคณะกรรรมการ และรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น
ของบริษัท เก็บไว้ ณ สำนักงานแห่งใหญ่หรือเก็บไว้ที่บุคคลอื่นที่ได้แจ้งให้นายทะเบียนทราบแล้ว
(7) บริษัทต้องจัดทำและเก็บรักษา บัญชี งบดุล บัญชีกำไรขาดทุน รวมทั้งให้ผู้สอบบัญชี ตรวจสอบ และนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น
เพื่อพิจารณาอนุมัติ
(8) บริษัทต้องจัดส่งรายงานประจำปีของคณะกรรมการ งบดุล บัญชีกำไรขาดทุนที่ผู้สอบบัญชี ตรวจสอบแล้ว ให้ผู้ถือหุ้นพร้อมหนังสือนัดประชุมสามัญประจำปี
(9) บริษัทต้องโฆษณาทางหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับเอกสารดังต่อไปนี้
9.1 หนังสือนัดประชุมตั้งบริษัท
9.2 หนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น
9.3 การจ่ายเงินปันผล
9.4 งบดุลที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติ
9.5 การเพิ่มทุนและลดทุน ภายหลังได้รับจดทะเบียนแล้ว

กิจการที่กฎหมายกำหนดระยะเวลาในการยื่นจดทะเบียน

(1) ส่งเอกสารการขายหุ้นหรือหุ้นกู้ต่อประชาชนให้นายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ส่งให้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
(2) ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทต้องส่งหนังสือนัดประชุม ระเบียบวาระการประชุม เอกสารที่จะให้ที่ประชุม จัดตั้งบริษัทพิจารณาให้สัตยาบันหรืออนุมัติ โดยมีผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทสองคนรับรองว่าถูกต้องพร้อมด้วยร่าง ข้อบังคับของบริษัทไปยังนายทะเบียนไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนวันประชุม
(3) ให้คณะกรรมการดำเนินการขอจดทะเบียนบริษัทภายใน 3 เดือน นับแต่วันประชุมจัดตั้ง บริษัทเสร็จ
(4) ให้คณะกรรมการดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระ กรรมการ อำนาจกรรมการ สำนักงานแห่งใหญ่และสำนักงานสาขา
ของบริษัท ภายใน 14 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
(5) บริษัทเพิ่มทุนหรือลดทุนได้ โดยนำมติที่ประชุมไปจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียน ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมลงมติ
1. จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้ว ( เพิ่มทุน) ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ได้รับชำระ เงินค่าหุ้นครบ
2. จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้ว (ลดทุน) ภายใน 14 วัน เมื่อพ้นกำหนดเวลาการ คัดค้านของเจ้าหนี้
(6) จดทะเบียนควบบริษัท ภายใน 14 วัน นับแต่วันเสร็จสิ้นการประชุมร่วมกัน
(7) ผู้ชำระบัญชีต้องจดทะเบียนเป็นผู้ชำระบัญชี จดทะเบียนเลิกบริษัทและโฆษณาการเลิก บริษัททางหนังสือพิมพ์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง
(8) ผู้ชำระบัญชีต้องส่งงบการเงินที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติพร้อมด้วยรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ให้นายทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติ
(9) ผู้ชำระบัญชีต้องจัดทำรายงานการชำระบัญชีพร้อมกับบัญชีรายจ่ายในการชำระบัญชี ต่อนายทะเบียนทุกระยะ 3 เดือน นับแต่วันได้รับการแต่งตั้งจนกว่าจะเสร็จสิ้นการชำระบัญชี
(10) ผู้ชำระบัญชีต้องจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้น อนุมัติรายงานผลการชำระบัญชี พร้อมกับส่งมอบบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชี
(11) กรณีบริษัทเอกชนประสงค์จะแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด คณะกรรมการที่ได้รับ แต่งตั้งใหม่ ต้องจดทะเบียนแปรสภาพบริษัทเอกชนเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ภายใน 14 วัน นับแต่วัน เสร็จสิ้นการประชุม

รายการจดทะเบียน , คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535

รายการจดทะเบียน , คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบ
ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535

ประเภทการจดทะเบียน
1. จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ

- คำขอ : แบบ บมจ. 101
- รายการ: แบบ บมจ. 001 ( ใช้ทั้ง 3 หน้า)
- เอกสารประกอบรายการ:
1. ใบจองชื่อนิติบุคคล
2. หนังสือมอบอำนาจ(ถ้ามี)

2. จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิก่อนจัดตั้งบริษัท

- คำขอ: แบบ บมจ. 101
- รายการ: แบบ บมจ. 001
แบบ บมจ. 002 ( กรณีเปลี่ยนวัตถุประสงค์)
แบบ บมจ. 003
- เอกสารประกอบรายการ:
1. ใบจองชื่อนิติบุคคล (กรณีขอจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อ)
2. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

3. จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท

- คำขอ : แบบ บมจ. 101
- รายการ : แบบ บมจ. 005 ( ใช้ทั้ง 4 หน้า )
แบบ บมจ. 006
- เอกสารประกอบรายการ :
1. สำเนารายงานการประชุมจัดตั้งบริษัท
2. ข้อบังคับ
3. หนังสือรับรองจากสถาบันการเงินซึ่งแสดงว่าได้ชำระเงินค่าหุ้น โดยระบุจำนวน เงินที่ได้รับไว้ทั้งสิ้น ประเภท และเลขบัญชีเงินฝาก
4. หนังสือมอบอำนาจ ( ถ้ามี)

4. จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงหนังสือบริคณห์สนธิ

- คำขอ : แบบ บมจ. 101
- รายการ : แบบ บมจ. 001 ( เฉพาะหน้า 1)
แบบ บมจ. 002 ( กรณีเปลี่ยนวัตถุประสงค์)
- เอกสารประกอบรายการ :
1. กรณีเปลี่ยนแปลงหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4 ( ทุนจดทะเบียน) จะต้องส่งสำเนา รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทที่มีมติให้เพิ่มทุน และจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน
2. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

5. จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ

- คำขอ : แบบ บมจ. 101
- รายการ : ข้อบังคับฉบับใหม่ทั้งฉบับ (ทั้งที่แก้ไขและข้อเดิมที่ไม่ได้แก้ไข)
- เอกสารประกอบรายการ : หนังสือมอบอำนาจ ( ถ้ามี)

6. จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงสำนักงานแห่งใหญ่หรือสำนักงานสาขา

- คำขอ: แบบ บมจ. 101
- รายการ : แบบ บอจ. 005 ( เฉพาะหน้า 3 และ 4 ) ( ข้อ 4 ในหน้าที่ 3 ควรพิมพ์ ด้วยเพราะข้อความจะได้ครบถ้วนถึงแม้ไม่ขอจดทะเบียน
- เอกสารประกอบรายการ : หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

7. จดทะเบียนเพิ่มทุนจดทะเบียน (เช่นเดียวกับ ลำดับ 4 เฉพาะทุนจดทะเบียน)

- คำขอ : แบบ บมจ. 101
- รายการ : แบบ บมจ. 001 ( เฉพาะหน้า 1 )
- เอกสารประกอบรายการ :
1. รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่มีมติให้เพิ่มทุนและจัด สรรหุ้นเพิ่มทุน
2. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

8. จดทะเบียนเพิ่มทุนที่ชำระแล้วหรือจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้

กรณีที่ 1.
1. ขายหุ้นสามัญ , หุ้นบุริมสิทธิ ,
2. ขายหุ้นกู้แปลงสภาพแล้วผู้ซื้อนำมาแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ
3. ขายใบสำคัญแสดงสิทธิการชื้อหุ้นสามัญ หรือหุ้นบุริมสิทธิแล้วผู้ซื้อได้ใช้สิทธิ

ซื้อหุ้น
- คำขอ : แบบ บมจ. 101
- รายการ : แบบ บมจ. 005 หน้า 1
แบบ บมจ. 006 ( เฉพาะผู้ซื้อหุ้นที่เพิ่มทุน)
- เอกสารประกอบรายการ :
1. รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่มีมติให้เพิ่มทุนและการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน (ถ้า
ได้ส่งไว้แล้วในคราวจดทะเบียนเปลี่ยนทุนจดทะเบียนในหนังสือบริคณห์สนธิ ตามลำดับ 7 ไม่ต้องส่งอีก)
2. หนังสือรับรองจากสถาบันการเงินซึ่งแสดงว่าได้ชำระเงินค่าหุ้น โดยระบุจำนวน
เงินที่ได้รับไว้ทั้งสิ้น ประเภทเลขที่บัญชีเงินฝาก
3. หนังสือมอบอำนาจ ( ถ้ามี)

กรณีที่ 2.

1. ออกหุ้นกู้แปลงสภาพไปแลกกับหุ้นกู้เดิมหรือแลกกับภาระผูกพันที่มีอยู่กับ เจ้าหนี้ทางการเงินอื่นๆของบริษัทและผู้ถือหุ้นแปลงสภาพนำมาเปลี่ยนเป็นหุ้นสามัญ
2. หุ้นกู้เดิมเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเพื่อให้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้
- คำขอ : แบบ บมจ. 101
- รายการ : แบบ บมจ. 005 หน้า 1
แบบ บมจ. 006 ( เฉพาะซึ่งผู้ที่เพิ่มทุน)
- เอกสารประกอบรายการ :
1. สำเนาหนังสือของผู้ถือหุ้นกู้แปลงสภาพที่มีถึงบริษัทแสดงเจตนาขอแปลงสิทธิ
จากหุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ
2. สำเนาหลักฐานของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งอนุญาตให้บริษัทออกหุ้นกู้แปลงสภาพ
3. สำเนารายงานการแปลงสภาพหุ้นกู้เป็นหุ้นสามัญซึ่งบริษัท รายงานต่อสำนัก งาน ก.ล.ต.
4. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

9. จดทะเบียนมติลดทุน

- คำขอ : แบบ บมจ. 101
- เอกสารประกอบรายการ :
1. รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่มีมติให้ลดทุนจดทะเบียน
2. หนังสือมอบอำนาจ ( ถ้ามี)

10. จดทะเบียนลดทุนจดทะเบียนโดยลดจำนวนหุ้นที่จำหน่ายไม่ได้หรือยังไม่ได้นำออก

จำหน่าย

- คำขอ : แบบ บมจ. 101
- รายการ : แบบ บมจ. 001 ( เฉพาะหน้า 1)
- เอกสารประกอบรายการ :
1. สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่มีมติให้ลดทุนจดทะเบียน
2. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

11. จดทะเบียนลดทุนจดทะเบียนโดยลดมูลค่าหุ้นหรือลดจำนวนหุ้น

- คำขอ : แบบ บมจ. 101
- รายการ : แบบ บมจ. 001 ( หน้า 1)
แบบ บมจ. 005 ( หน้า 1)
- เอกสารประกอบรายการ
1. หนังสือรับรองว่ามีการส่งหนังสือแจ้งมติการลดไปยังเจ้าหนี้
2. หนังสือรับรองว่าได้มีการโฆษณามติการลดทุนของบริษัทในหนังสือพิมพ์โดย
ระบุฉบับและวันที่ลงไว้ด้วย
3. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

12. จดทะเบียนหุ้นบุริมสิทธิเป็นหุ้นสามัญ

- คำขอ : แบบ บมจ. 101
- รายการ : แบบ บมจ. 005 ( เฉพาะ หน้า 1)
แบบ บมจ. 006 ( เฉพาะผู้ถือหุ้นที่ให้สิทธิแปลงหุ้นบุริมสิทธิเป็นหุ้นสามัญ)
- เอกสารประกอบคำขอ :
1. สำเนาคำขอแปลงหุ้นบุริมสิทธิเป็นหุ้นสามัญ หรือหนังสือชี้แจงแทนสำเนาคำขอ
แปลงหุ้นฯ
2. หนังสือมอบอำนาจ ( ถ้ามี)

13. จดทะเบียนกรรมการ (เข้า-ออก)

- คำขอ : แบบ บมจ. 101
- รายการ : แบบ บมจ. 005 ( เฉพาะหน้า 2) ต้องระบุชื่อกรรมการที่ยังคงอยู่ทุกคน
เฉพาะกรรมการที่เข้าใหม่ต้องลงลายมือชื่อด้วย
- เอกสารประกอบรายการ :
1. ถ้ากรรมการลาออกเพราะยื่นใบลาออก โดยระบุในคำขอจดทะเบียนไม่ใช่โดย
มติคณะกรรมการ หรือมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ขอสำเนาใบลาออกแนบคำขอด้วย
2. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

14. จดทะเบียนอำนาจกรรมการ

- คำขอ : แบบ บมจ. 101
- รายการ : แบบ บมจ. 005 ( เฉพาะ หน้า 3)
- เอกสารประกอบรายการ : หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

15. จดทะเบียนควบบริษัท

- คำขอ : แบบ บมจ. 101
- รายการ : แบบ บมจ. 001 ( เฉพาะหน้า 1)
แบบ บมจ. 002 ( วัตถุประสงค์)
แบบ บมจ. 005 ( ใช้ทั้งหมดทั้ง 4 หน้า)
แบบ บมจ. 006 ( บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น) ของบริษัทตั้งใหม่ที่ควบกัน
- เอกสารประกอบรายการ :
1. หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับของบริษัทที่จัดตั้งใหม่อันเกิดจากการควบเข้ากัน
2. สำเนารายงานการประชุมร่วมกันระหว่างผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ควบกัน
3. หนังสือรับรองว่าได้มีการส่งหนังสือแจ้งมติการควบบริษัทไปยังเจ้าหนี้บริษัท
4. ใบจองชื่อนิติบุคคล
5. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
6. หนังสือรับรองว่าได้มีการลงโฆษณามติให้ควบบริษัทของแต่ละบริษัทในหนังสือ
พิมพ์โดยระบุฉบับและวันที่ลงให้ด้วย

16. จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้น

- คำขอ : แบบ บมจ. 101
- รายการ : แบบ บมจ. 001 ( เฉพาะหน้า 1)
แบบ บมจ. 005 ( เฉพาะหน้า 1)
แบบ บมจ. 006
- เอกสารประกอบรายการ :
1. หนังสือมอบอำนาจ ( ถ้ามี )
2. สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้น

17. จดทะเบียนเลิกบริษัท

- คำขอ : แบบ บมจ. 102
- รายการ : แบบ บมจ. 008
- เอกสารประกอบรายการ :
1. สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้น
2. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

18. จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี

- คำขอ : แบบ บมจ. 102
- รายการ : แบบ บมจ. 010
แบบ บมจ. 011
แบบ บมจ. 012
- เอกสารประกอบรายการ :
1. สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่อนุมัติเสร็จการชำระบัญชี
2. หนังสือยืนยันการเก็บรักษาสมุดบัญชีและสรรพเอกสาร
3. หนังสือมอบอำนาจ ( ถ้ามี)

   
© Dulyakij